การปรับตัวของธุรกิจเครือข่าย

นักธุรกิจเครือข่ายส่วนใหญ่จะมองแต่บริษัทที่เปิดใหม่ อาจจะใหม่ในประเทศ หรือเก่าจากประเทศอื่นแล้วมาใหม่ในประเทศเรา ซึ่งธุรกิจเครือข่ายใหม่นั้น จะสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำสำหรับนักธุรกิจเครือข่ายที่มีประสบการณ์สูงๆ เมื่อพบว่าบริษัทฯที่ตนเองทำธุรกิจเครือข่ายอยู่นั้นเริ่มไปไม่ได้แล้ว หรือเก่าเกินไป ทำให้ตนเองมีรายได้ลดลง ก็จะออกไปหาบริษัทฯที่ทำธุรกิจเครือข่ายอื่นๆ ต่อไป แต่ถ้ามองย้อนกลับว่าถ้าเป็นบริษัทฯที่เปิดขึ้นมาเพื่อทำธุรกิจเครือข่ายไป นานๆ จนนักธุรกิจที่เคยทำอยู่นั้นหายออกไป รายได้ลดลง แล้วจะทำอย่างไร เพราะกว่าจะตั้งบริษัทให้มีชื่อเสียงติดอยู่ในหูของคนได้นั้นช่างยากลำบาก บางบริษัทจึงมีการปรับตัว โดยการออกสินค้าใหม่ ลงโฆษณาตามสื่อทั่วไป หรืออาจจะปรับแผนการตลาดใหม่ ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นวิธีการปรับตัวเพื่อให้เข้าสู่โลกในยุคใหม่ ที่มีอินเตอร์เน็ตให้นักธุรกิจเครือข่ายทำงานได้อย่างคล่องตัว และรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเราจะเห็นได้จากบริษัทใหญ่ๆ หลายบริษัทก็ทำแล้ว เช่น แอมเวย์ ก็ปรับเปลี่ยนแผนการตลาดบางอย่าง เปลี่ยนอัตลักษณ์ใหม่ มีโฆษณาในโทรทัศน์บ่อยขึ้น กิฟฟารีน มีการเปลี่ยนรูปแบบโฆษณาจากเดิมโฆษณาตัวสินค้า มาเป็นเน้นโฆษณาด้านความมั่นคงของสมาชิกว่าถ้าสมัครแล้ว ก็จะมีการสมัครต่อ และทำให้ทุกคนมีรายได้ แม้เพียงใช้สินค้าเท่านั้น เป็นต้น ซึ่งบริษัทที่ผมเพิ่งพบว่าจะมีการปรับแผนการตลาดครั้งใหญ่อีกหนึ่งบริษัท ก็เห็นจะเป็น มินเนอร์รี่ (Minery) ครับ ซึ่งการดำเนินการธุรกิจเครือข่ายของมินเนอร์รี่นั้นได้ก่อตั้งบริษัทจนถึง ปัจจุบัน 17 ปีแล้ว ทำให้แผนการตลาดเดิมของมินเนอร์รี่นั้นดูล้าสมัย จึงต้องมีการปรับปรุงแผนการตลาดครั้งใหญ่ โดยการนำแผนการตลาดแบบไบนารี่มาใช้ และปรับแบรนด์นิดหน่อย โดยคงแบรนด์เดิมที่คนรู้จัก และเพิ่มความมีคุณค่าเข้าไป ทำให้แบรนด์ใหม่น่าสนใจขึ้นไม่น้อยครับ “มินเนอร์รี่ โกลด์ (Minery Gold)” จะเปิดตัวแผนการตลาดใหม่ในวันที่ 1 มีนาคม 2553 นี้นะครับ ท่านนักธุรกิจเครือข่ายที่สนใจก็ลองไปหาข้อมูลได้นะครับ พอพูดถึงธุรกิจเครือข่ายมินเนอร์รี่ ผมก็เลยนึกถึงธุรกิจเครือข่ายอีกบริษัทหนึ่ง ก็คือ ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ครับ ซึ่งเดิมทีนั้น แบรนด์ ซุปเปอร์แวร์ เป็นสินค้าที่อยู่ในระบบขายตรง (SML) ซึ่งไม่เน้นการหาสมาชิก โดยระบบนี้ท่านประธานบริษัทฯคนเก่าได้คิดค้นขึ้นมา พอท่านประทานคนใหม่เข้ามาบริหารต่อนั้น ก็ได้มีแนวคิดในการนำธุรกิจเครือข่ายแบบเต็มรูปแบบ เน้นหาสมาชิกเข้ามาเสริมให้บริษัทศรีไทยซุปเปอร์แวร์ฯ ได้มีศักยภาพเต็มรูปแบบมากยิ่งขึ้น นั่นก็คือธุรกิจเครือข่าย เอสเนเจอร์ (SNatur) นั่นเองครับ หลายๆ ท่านคงรู้จักกันแล้ว ซึ่งธุรกิจตัวนี้ ท่านประธานคนใหม่ มีความคาดหวังไว้อย่างมากว่าจะทำให้บริษัทศรีไทยซุปเปอร์แวร์ฯ ที่เป็นบริษัทมหาชนแล้วนั้น จะนำพาแบรนด์นี้ให้คนทั่วโลกได้รู้จัก และเป็นมหาอำนาจของบริษัทขายตรงโลกบริษัทหนึ่งครับ วันนี้ยาวนิดนึงครับ ยังไงเรามาต่อกันคราวหน้าแล้วกันนะครับ

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply